2011/Dec/05

.
กิมจิ
.
 
.
                          เชื่อกันว่าการทำกิมจิเป็นการดองผักที่ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 7
.
 ในยุคนั้นฤดูหนาวในเกาหลี จะมีอากาศหนาวจัดไม่เหมาะกับการเพาะปลูก
.
 คนเกาหลีจึงคิดวิธีการถนอมอาหารขึ้น เพื่อมาทดแทนผักสดที่หายาก
.
วิธีหนึ่งก็คือการทำผักดองเค็มด้วยเกลือหมักในไหแล้วนำไปฝังดิน
.
จึงเป็นจุดกำเนิดของกิมจิในเวลาต่อมา
.
     
.
       กิมจิในสมัยโชซอน
   หลังจากที่ได้มีการนำผักจากต่างประเทศเข้ามา กะหล่ำปลีใช้เป็นผักหลักในการทำกิมจิโดยทั่วไป ต้นศตวรรษที่ 17  มีการนำเข้าพริกจากประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นราว 200 ปี พริกได้ถูกใช้เป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งของกิมจิ ดังนั้นราวปลายสมัยโชซอนสีของกิมจิจึงกลายมาเป็นสีแดง
.

.

       กิมจิในราชสำนักโชซอน
   ตามปกติมีกิมจิสามชนิดที่ได้ถูกนำขึ้นมาถวายต่อกษัตริย์ในราชวงศ์โชซอน
1.ได้แก่กะหล่ำปลีล้วน ชอทกุกจิ (Jeotgukji) เป็นกิมจิที่ผสมด้วยปลาหมักจำนวนมาก
2.กิมจิหัวไชเท้า หรือ คักดูกิ (kkakdugi)
3.กิมจิน้ำ  ตำราอาหารของโชซอน คือ โชซอน มูซางซานชิก โยรีเจบ็อบ (Joseon massangsansik yorijebeop)
.
.
 
 
อธิบายการทำ ชอทกุกจิดังนี้:

        1) ขั้นตอนแรกหั่นกะหล่ำปลีและหัวไชเท้าที่ล้างสะอาดแล้วเป็นชิ้นเล็กๆแล้วหมักเกลือ
 
        2) นำมาผสมกับพริกแดงสับ กระเทียม ดรอบวอท (มินาริ -minari) ใบมัสตาด และสาหร่ายทะเล
 
        3) ต้มปลาหมักแล้วทิ้งไว้ให้เย็น 

        4) ผสมน้ำปลาต้มกับเครื่องปรุงทั้งหมด
        5) นำไปหมักในไหแล้วปล่อยทิ้งไว้จนได้ที่
.
.
.
.
.
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตบท้ายด้วย กิมจิ
 
.
.
.
.
.
ไปเกาหลี คราวหน้า อย่าลืม หนีบ (ตุ่ม เอ้ย ไห) ปลาร้า บ้านเรา
.
ไปเป็นเครื่องเคียงด้วยนะตัวเอง
.
.
คิดถึง เหมือนเดิม
.
.